หมู่บ้านญี่ปุ่น
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
เวลา 08.53 น. วันที่ 23 มิถุนายน 2551
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
สยามบรมราชกุมารี
เสด็จพระราชดำเนินไปยังหมู่บ้านญี่ปุ่น
ตำบลเกาะเรียน
อำเภอพระนครศรีอยุธยา
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ทรงเปิดอาคารศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์อยุธยาปรับปรุงใหม่
และสวนญี่ปุ่น ซึ่งสมาคมไทย-ญี่ปุ่น
ร่วมกับหอการค้าญี่ปุ่น
กรุงเทพและจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ได้จัดสร้างและปรับปรุงใหม่
เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา
80 พรรษา และเนื่องในวาระครบ 120
ปี แห่งความสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่น
ในปี 2550
โดยจัดแสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศทั้งด้านเศรษฐกิจ
การค้า สังคม
และวัฒนธรรมในสมัยกรุงศรีอยุธยา
โดยได้รับความร่วมมือจากผู้ทรงคุณวุฒิชาวไทย
และญี่ปุ่น
ในการวางรูปแบบและข้อมูลทางประวัติศาสตร์
ซึ่งได้แบ่งเป็นส่วนต่าง ๆ
เพื่อสะดวกในการศึกษาและการท่องเที่ยว
อาทิ
ห้องวีดิทัศน์แนะนำนิทรรศการ
ที่อธิบายถึงประวัติความเป็นมาของประเทศต่าง
ๆ
ที่เข้ามาสร้างความสัมพันธ์กับไทย,
แผนที่เส้นทางการเดินเรือสู่ทะเลและแผนที่สำคัญแสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองของกรุงศรีอยุธยา,
การนำเข้าและส่งออกสินค้าประเภทต่าง
ๆ
ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ
ด้วยการขนส่งทางเรือสำเภา
ในการนี้
ได้ทอดพระเนตรม้วนภาพวาดเรือสำเภาสยาม
ที่พิพิธภัณฑ์มัตซึอุระเมืองฮิราโดะ
จังหวัดนางาซากิ
ได้ส่งมาร่วมแสดง
สวนญี่ปุ่นที่ได้รับการปรับปรุง
ให้มีความสวยงามร่มรื่น
เหมาะสำหรับเป็นสถานที่ผ่อนคลายของผู้ที่เข้าเยี่ยมชม
ซึ่งได้จำลองบรรยากาศการดำเนินชีวิตของชาวไทย
และญี่ปุ่นในสมัยอยุธยา
จากนั้น
เสด็จพระราชดำเนินไปยังโรงเรียนเจ้าฟ้าสร้าง
อำเภอบางปะอิน
ทรงเปิดอาคารเอนกประสงค์ "นัดดาราชสิรินธร"
ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
สยามบรมราชกุมารี
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้
มูลนิธิสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า
สร้างขึ้นบนพื้นที่เดิมซึ่งถูกน้ำท่วมเสียหาย
สำหรับใช้เป็นที่รับประทานอาหารกลางวัน
และทำกิจกรรมในด้านการเรียนการสอน
อีกทั้งยังเป็นที่พักอาศัยของประชาชนในยามประสบอุทกภัย
โรงเรียนแห่งนี้
สมเด็จพระศรีสวรินทิรา
พระบรมราชเทวี
พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า
ได้พระราชทานที่ดินและอาคาร
ที่ซื้อพระราชทานสมเด็จพระราชปิตุฉา
เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์
กรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร
พระราชธิดา
สำหรับเป็นสถานศึกษาแก่เด็กและเยาวชนในพื้นที่
เมื่อปี 2466
ในการนี้
ทอดพระเนตรห้องต่าง ๆ อาทิ
ห้องสมุด, ห้องคอมพิวเตอร์,
ห้องปฏิบัติการทางภาษา
รวมถึงกิจกรรมด้านการเรียนการสอนของโรงเรียน
ที่สอนนักเรียนแบบห้องเรียนธรรมชาติ
เรียนเกษตรตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง
โดยแบ่งเป็น
ฐานการเรียนรู้ต่าง ๆ อาทิ
การขยาย EM (อี-เอ็ม)
ซึ่งเป็นกลุ่มจุลินทรีย์
ที่ผสมกับซากพืช ซากสัตว์
นำมาใช้ปลูกผักสวนครัว,
การทำปุ๋ยหมัก,
การปลูกพืชผักสวนครัวเลี้ยงสัตว์
และการรักษาสิ่งแวดล้อม
ซึ่งผลผลิตที่ได้จะนำเข้าโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน
เพื่อนำมาประกอบอาหาร
แล้วยังแจกจ่ายให้นักเรียนนำกลับบ้าน
นอกจากนี้
ยังเป็นตัวอย่างและแหล่งเรียนรู้ให้แก่บุคคลภายนอกเข้ามาศึกษาดูงานด้วย
ที่มาข่าวในพระราชสำนัก ช่อง 7 สี
กรุงศรีอยุธยาเป็นเมืองหลวงของราชอาณาจักรไทย
มาเป็นเวลา 417 ปี นับแต่ปี พ.ศ.1893
(ค.ศ.1350) ถึง พ.ศ.2310 (ค.ศ.1767)
ในระยะปลายคริสต์ศตวรรษที่
16 ชาวต่างประเทศเข้ามา
ค้าขายในราชอาณาจักรไทย
มีจำนวนมากขึ้นๆ ตามลำดับ
ชาวต่างชาติ
เหล่านี้บ้างก็เป็นพ่อค้า
บ้างก็เป็นบาทหลวงสอนศาสนา
บางคนก็เป็นทหารอาสาสมัครของพระเจ้าแผ่นดิน
แห่งกรุงศรีอยุธยา
ในระยะเวลาเดียวกันนั้น
ประเทศญี่ปุ่น มีพวกราชวงศ์
ของลอร์ดโอดาผู้พิชิต
และลอร์ดโตโยโตมิ
ครองสืบต่อกันมา
จนถึงสมัยโชกุน โตกุกาวา
การปกครองระบอบเจ้าขุนมูลนายจึงได้ล้มเลิกไป
ญี่ปุ่นสามารถรวมประเทศ
เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
ความเจริญก้าวหน้าในประเทศญี่ปุ่นได้เริ่มขึ้นอย่างจริงจัง
เมื่อพวกโปรตุเกส
เข้ามาทำการค้าขาย
ติดต่อกับชาวญี่ปุ่นที่เกาะกาชิมา
ในปี ค.ศ. 1543
นับเป็นชาวต่างชาติชาติแรก
ที่เข้ามาติดต่อกับชาวญี่ปุ่น
ทำให้การค้าขายในประเทศญี่ปุ่น
เริ่มเจริญรุ่งเรืองขึ้น
สมัยนั้นทางการญี่ปุ่นได้อนุญาตให้
ชาวญี่ปุ่นเดินเรือไปค้าขายกับต่างชาติได้
โดยออกใบอนุญาตชูอิน (ตราแดง)
ให้ นอกจาก
จะมีเรือที่มีใบอนุญาตออกไปค้าขายแล้ว
ยังปรากฏว่ามีเรืออื่นๆ
ของชาวญี่ปุ่น
เดินทางไปค้าขายในประเทศ
ทางตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย
อ่านต่อ

ความเป็นมา
ศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์อยุธยา เกิดจากความร่วมมือระหว่างนักวิชาการไทยและญี่ปุ่น สมาคมไทย - ญี่ปุ่น และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา รวมทั้งมีความตกลงร่วมกันระดับรัฐบาล โดยรัฐบาลญี่ปุ่นให้เงินสนับสนุนจำนวน 999 ล้านเยน (ประมาณ 170 ล้านบาทในขณะนั้น) เนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปี ความสัมพันธ์การทูตไทย - ญี่ปุ่น เมื่อปี พ.ศ.2530
Annex building เป็นอาคารผนวก อาคารหนึ่งในสองของอาคารศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์อยุธยา (ซึ่งส่วนแรกเป็นอาคารหลักตั้งอยู่ในเกาะเมืองอยุธยา) ตั้งอยู่บริเวณที่เคยเป็นหมู่บ้านญี่ปุ่นในสมัยอยุธยา ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันออก ใต้วัดพนัญเชิง
ในปี พ.ศ. 2550 ในโอกาสครบรอบ 120 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย - ญี่ปุ่น สมาคมไทย - ญี่ปุ่นได้ปรับปรุงอาคารผนวกและปรับนิทรรศการภายในใหม่ทั้งหมด ซึ่งแล้วเสร็จเมื่อต้นเดือนธันวาคม พ.ศ. 2550
บริเวณอาคารผนวกแบ่งการจัดแสดงออกเป็น 9 ส่วน
ห้องวีดิทัศน์ นำเสนอภาพรวมของพระนครศรีอยุธยา โดยอ้างอิงจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ และเสนอความคิดเห็นของนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญประวัติศาสตร์ทั้งไทยและญี่ปุ่น
แผนที่เดินเรือมายังกรุงศรีอยุธยา นำเสนอเส้นทางเดินเรือสันนิษฐานจากทางวีกโลกตะวันออก และซีกโลกตะวันตก รวมทั้งทางใต้แถบมลายูที่มีหลักฐานการติดต่อกันในสมัยอยุธยา
นำเสนอให้เห็นถึงความรุ่งเรืองของพระนครศรีอยุธยา จากอดีตสู่ปัจจุบันผ่านแผนที่และภาพถ่ายทางอากาศ
- แผนที่ Iudea แผนที่นี้วาดขึ้นในช่วงที่สถานที่สำคัญต่างๆ ยังอยู่ครบสมบูรณ์ เป็นแผนที่ที่แสดงทัศนียภาพของกรุงศรีอยุธยาที่งดงามที่สุด
- แผนที่จากหนังสือของ เดอ ลาลูแบร์ ให้ภาพกรุงศรีอยุธยาและชุมชนต่างๆ ในสมัยพระนารายณ์ ซึ่งคลาคล่ำไปด้วยชนชาติที่หลากหลาย
- ภาพถ่ายทางอากาศเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยาในปัจจุบัน (พ.ศ. 2549)
จัดแสดง - จำลองสินค้านำเข้าและส่งออกในสมัยอยุธยา
ชุมชนชาวต่างชาติในกรุงศรีอยุธยา ให้ความรู้เกี่ยวกับการดำเนินชีวิตการเข้ามาในอยุธยา ศาสนา และเกร็ดอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องด้วยชนชาตินั้นๆ ได้แก่ ลาว มอญ เขมร/ขอม เวียดนาม พม่า แขก จีน ญี่ปุ่น คนชายขอบ รวมทั้งชนชาติทางตะวันตก ทั้งฝรั่งเศส อังกฤษ โปรตุเกส และฮอลันดา นี่เป็นภาพสะท้อนของการต้อนรับความหลากหลายทางเชื้อชาติโดยไม่มีการกีดกันของผู้ปกครองอยุธยา
ชุมชนชาวญี่ปุ่นในพระนครศรีอยุธยา นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับการเข้ามาของคนญี่ปุ่นในอยุธยา ชุมชนญี่ปุ่น วิถีชีวิต ความเป็นอยู่ อาชีพ ศาสนา รวมทั้งการลดจำนวนของชาวญี่ปุ่น ซึ่งสืบเนื่องจากการปิดประเทศญี่ปุ่น ในรูปแบบของ annimation
ลำดับเหตุการณ์ความสัมพันธ์ไทย - ญี่ปุ่น แสดงด้วยตารางลำดับเหตุการณ์เปรียบเทียบเหตุการณ์โลก ความสัมพันธ์ไทย - ญี่ปุ่น ตั้งแต่ พ.ศ.1893 คราวตั้งอาณาจักรอยุธยาถึงปัจจุบัน
ห้อง e-book ให้้บริการฐานข้อมูลทางคอมพิวเตอร์ รายชื่อเอกสาร สิ่งพิมพ์ที่เกี่ยวเนื่องด้วยอยุธยา และหนังสือส่วนหนึ่งที่เกี่ยวกับพระนครศรีอยุธยา
เรือโบราณจำลอง จัดแสดงแบบจำลองเรือโบราณที่มีหลักฐานว่าเข้ามาติดต่อกับพระนครศรีอยุธยา ได้แก่ เรือสำเภาจีน เรือสำเภาญี่ปุ่น เรือกำปั่นฮอลันดา เรือกำปั่นโปรตุเกส เรือกำปั่นมากัสซา รวมทั้งเรือสำเภาไทย


สวนและศาลาญี่ปุ่น เป็นหนึ่งในโครงการพิเศษของสมาคมไทย - ญี่ปุ่น ที่จัดทำขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 80 พรรษา และเป็นที่ระลึกในวาระครบ 120 ปี ความสัมพันธ์ไทย - ญี่ปุ่น ในปี พ.ศ. 2550 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์ของหมู่บ้านญี่ปุ่น ให้สวยงามร่มรื่น เป็นที่ผ่อนคลายสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเยี่มชม
สวนญี่ปุ่นแห่งนี้ออกแบบโดยนักออกแบบสวนชาวญี่ปุ่นชื่อ นายฮิโรฮิสะ นาคาจิมา บริษัท โซโก้ เทเอ็น เคนคิวจิทสึ ประเทศญี่ปุ่น ผู้มีชื่อเสียงและมีผลงานระดับนานาชาติ รูปแบบสวนเน้นความเป็นสวนญี่ปุ่นแท้ที่ดูสง่างาม สงบ เยือกเย็น มีองค์ประกอบที่สำคัญได้แก่ ศาลาญี่ปุ่น สำหรับนั่งชมทัศนียภาพแม่น้ำเจ้าพระยา สวนญี่ปุ่นแห่งนี้สะท้อนให้เห็นทัศนียภาพของแม่น้ำและทะเลของประเทศญี่ปุ่น ช่วยให้ผู้มาเยี่ยมได้รู้จักวัฒนธรรมญี่ปุ่น ทั้งยังแสดงถึงความปรารถนาให้โลกมีสันติสุข
ภาพถ่ายโดย... อยุธยานิวส์
ชัยรัตน์
สิทธิกุล
(เว็บมาสเตอร์) - อยุธยานิวส์
ดอท คอม
- สิทธิกุล
ดอท คอม
1/66 หมู่ 16
ตำบล บางกระสั้น อำเภอ
บางปะอิน จังหวัด
พระนครศรีอยุธยา 13160
โทรศัพท์. 035 263069 แฟกซ์. 035
263069 มือถือ. 081 4522107
อีเมล์. chairat@ayutthayanews.com